I AM MEAN GIRL

posted on 01 Oct 2007 23:31 by texaflyfollium in FlyFlyDay

วันนี้เป็นวันที่ถือว่าตารางเรียนหนักเอาการอยู่ค่ะ เริ่มเรียนตั้งแต่ 9 โมงครึ่ง จนถึง 2 ทุ่มเลยทีเดียว
ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่ตารางเรียนประจำวันของเด็ก นิติ + กับคาบสัมมนาวิชากฎหมายที่ตามต่อมาด้วยวิชา ถาม-ตอบ วิชากฎหมาย 2 ตัวนี้เป็นอะไรที่เพิ่มเสริมมา เหมือนกับเป็นการเรียนพิเศษ ที่จะเริ่มเรียนราวๆ 4 โมงครึ่ง

วันนี้ก็ไปเรียนแล้วก็ได้ข้อคิดหลายๆอย่างกลับมาเลยล่ะ
อนึ่ง ในคาบ PY มีเด็กปี 1 เหมือนกันที่ลินไม่รู้จัก มาบอกว่า ช่วยหยุดคุยได้มั้ยคะ เรียนไม่รุเรื่อง อะไรประมาณนี้
ปฏิกริยาแรก ลินก็หัวเราะเยาะใส่หน้าเค้าไป แล้วบอกว่า ดุซะด้วย โหว สันดาน
แล้วจากนั้นทั้งคาบลินก็แกล้งมัน เลยกลายเป็นว่าการคุยของลินออกรสยิ่งขึ้น แถมเรียนรุเรื่องยิ่งขึ้น
จะว่าลินเกรียนมั้ย ก็ใช่นะ แต่ว่าลินเลือกวิถีทาง + คน ที่จะเกรียนด้วยน่ะค่ะ


เพราะความจริง ตั้งแต่ที่เตรียมฯ ลินก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนประมาณว่า จดทุกตารางนิ้วของสมุด หรืออะไรแบบนั้นอยู่แล้ว ถ้าไม่ใส่ใจกับการทำสปาขนหน้าแข้ง(ด้วยสก็อตเทป) ของหนุ่มๆ ส่วนมากก็นั่งดูรูปโป๊ + คลิปโป๊ ใน iPod แล้วอีกอย่างลินก็นั่งหลังๆห้องด้วย
ใครๆก็รู้นะคะว่าเด็กหลังห้องน่ะ มาแค่สูดกลิ่นความรู้นิดๆหน่อยๆต่อวัน ก็ถือว่าบุญแล้ว
แต่พวกเราก็เรียนกันได้ดีนะ(ติดมหาวิทยาลัยที่ไม่แยกไปจากกันสักเท่าไหร่)เพราะบางทีก็เล่นไปด้วยฟังไปด้วย แล้วนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องตรงหน้า


มาต่อค่ะ แล้วผู้ ญ คนนั้นก็หันหลับไป ประมาณว่า ข่มลินไม่ได้ จากนั้น หลังจากหันมาว่าลินประมาณ 15 นาที เธอก็แกะขนมกินแล้วคุยกับเพื่อนเหมือนกัน
----------- ไม่ได้ต่างไปจากที่ลินทำเลย -----------------


ทำให้ลินสงสัยแล้วก็คิดว่าอะไรถึงทำให้เค้าคิดว่า พูดแบบนั้นแล้วมันดีกับตัวเค้าเอง ในเมื่ออีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าลินกำลังจะเอาหมากฝรั่งไปแปะที่ผมซึ่งตั้งใจยืดมาอย่างพริ้วสลวยของเค้า


ลินยอมรับนะว่าตัวเองร้าย แต่ลินก็เป็น Mean Girl โดย Lookและหัวใจอยู่แล้ว และไม่ลำบากใจเลยที่จะยอมรับมัน ตรงกับข้ามกับหลายๆคนที่ลินคิดว่า เค้าพยายามจะว่าคนอื่นโดยทำให้ตัวเองดูดีขึ้นเหรอ ดูไร้เดียงสา ดูไม่ร้ายแบบที่คนคนนี้กำลังทำ


แต่วินาทีแรกลินคิดว่า ที่เธอจดไม่รุเรื่อง แล้วบอกว่า เรียนไม่รุเรื่องนั้น น่าจะเป็นเพราะว่า
เธอไม่เคยเข้าคาบเรียนเลย
เพราะว่าลินเข้าเรียกได้ว่าเกือบจะทุกคาบ แล้วก็ไม่เคยเห็นผู้ ญ คนนี้ อีกอย่าง ห้องก็ไม่ได้กว้างไปสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คนที่เข้าเรียนประจำก็คือคนหน้าเดิมๆ ที่เข้าเรียนมาตั้งแต่แรก
นั่นน่าจะเป็นสาเหตุที่เธอเรียนไม่รุเรื่อง
แต่อะไรล่ะที่ทำให้หันมาพูดกับลินได้ขนาดนั้น ทั้งที่ปกติวิสัย คนเราจะไม่ทำกัน
น่าจะเป็นเพราะเธอมีอัตตาในตัวเองสูง


มนุษย์เรามักจะมองว่าความสำเร็จล้วนมีสาเหตุมาจากตัวเราเอง
แต่กับความผิดพลาด จะมีสาเหตุมาจากสิ่งภายนอกเสมอ


ผลก็คือเค้าคิดว่า เค้าเรียนไม่รุเรื่องเพราะว่าได้ยินลินคุยกับเพื่อน ทั้งๆที่ ลินนั่งอยู่แถวเกือบหลังสุด และทุกๆคนก็คุยกันทั้งนั้น ไม่ว่าลินจะหยุดหรือไม่ เสียงคุยก็จะดำเนินต่อไป
ท่าทางเธอเองก็แต่งตัวดี แต่กลับไม่ได้ดูสวย (ไม่ใช่เพราะลินโกรธเค้าหรอกนะคะ ตรงกันข้ามลินเข้าใจเค้าในระดับนึง แต่ลินก็ต้องรักษาระดับความร้ายกาจของตัวเองเหมือนกัน)
น่าจะเป็นอารมณ์ประมาณลูกคุณหนูที่ตวาดคนใช้แว้ดหนึ่งแล้วคนใช้ก็กลัวลนลาน ไม่คิดจะทำอะไร


คงคิดว่านิสัยนี้ใช้กับคนนอกได้เหมือนกัน


ลินคิดว่าอย่างน้อยๆวันนี้ลินก็เป็นครูคนนึง นอกจากการเป็นนิสิต
เพราะลินได้สอนให้คนคนนึงรู้ว่า มันไม่ใช่ทุกครั้งไปที่จะแสดงอัตตา และอำนาจนั้นได้กับทุกคน
คนทุกคนไม่ได้จะยอมเธอเหมือนข้าราชบริพารและคนรับใช้ ที่ยอมรับเพราะน้ำเงิน
แล้วลินก็มาคิดว่า มีคนแบบนี้อีกเยอะมากมายแค่ไหนในสังคมของเรา ทำให้ลินรู้สึกดี ที่อย่างน้อยวันนี้ลินยังอาจได้ให้บทเรียนกับคนคนหนึ่ง
ซึ่งถ้าเค้าไม่เจอลินเสียก่อนในวันนี้ เค้าอาจจะไปขับรถชนคน ด้วยอารมณ์ชั่ววูบในวันข้างหน้าเพราะคิดว่าคนพวกนี้น่ารำคาญ หรือทำให้เค้า ขับรถไม่รู้เรื่อง
แล้วแกล้งทำเป็นง่อย หรือ ทำเป็นฮิสทีเรีย ..

Beautiful Girl ---- Sean Kingston

ชอบมากๆเลยค่ะ ม่าเก่ยวกับเรื่องนะ เเต่เป็นเพลงที่อี้ซังกับลินชอบเหมือนกานเลย


Comment

Comment:

Tweet

ผมว่าที่คุณทำลงไปไม่ถูกต้องหรอกนะครับ การคุยกันในห้องเรียน เป็นสิ่งที่นักเรียน นักศึกษาไม่ควรปฏิบัติอย่างยิ่งอยู่แล้ว หนึ่งคือรบกวนครูบาอาจารย์ สอง คือรบกวนคนรอบข้าง สามคือ ทำให้คุณติดนิสัย ไม่เกรงใจครูอาจารย์ และคนอื่น ๆ และอาจจะเผลอไปปฏิบัติในสังคมข้างนอกได้ จริง ๆ นะ ผมว่า ถ้าคุณได้ลองทบทวนเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่มองตัวเองเป็นหลัก คุณคงจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น

อีกอย่าง ลองคุยกับเค้าคนนั้นสักหน่อยดีไหมครับ ว่าทำไมเค้าถึงทำแบบนั้น แล้วลองบอกเค้าไปว่าทำไมคุณถึงตอบเค้าไปแบบนั้น

ไม่แน่นะ สิ่งที่คุณได้รับจากปากเค้า อาจจะเป็นคำตอบที่คุณคาดไม่ถึงก็ได้ เช่น บางทีเค้าอาจจะท้อกับสิ่งที่ทุกคนทำผิด ๆ จนเค้าเองก็ทำตาม ประมาณว่า ฝืนกระแสไม่ได้ ก็ยอมลอยไปกับน้ำดีกว่าก็ได้

และบางทีคุณอาจจะได้เพื่อนใหม่ที่น่ารักมาเพิ่มอีกคนหนึ่งก็ได้ครับ

ไม่ได้สั่งสอนนะ แต่บอกให้อ่านเฉย ๆ

ป.ล. แปลกใจเหมือนกัน ทีความเห็นข้างล่าง เห็นดีเห็นงามด้วยไปหมด

#10 By เจ้าชายน้อย on 2007-11-01 12:00

ร้ายน่ะเราเนี๊ย
ต่อให้ตั้งหน้าตั้งตาจด
แต่ไม่มีสมาธิจริงๆ กลับมาไม่เคยทบทวน
ก็ไม่ได้อะไรจริงๆ

นี่หันหลังกลับไปกินขนมซะอีกแน่ะ เหอๆ
อืมมมม....
เค้าก็คงได้บทเรียนแหละ
เพราะเดี๋ยวนี้
ไม่ค่อยมีคนกล้ามาจัดการรึสั่งสอนคนพวกนี้เลย
-*-

#7 By Sailisally on 2007-10-02 13:19

พี่ไม่อยากคอมเม้นท์เอนทรี่นี้ค่ะ
แต่อยากให้น้องลินรู้ว่าพี่มาอ่านด้วยความคิดถึงค่ะ

#6 By eeddy(อี๊ด) on 2007-10-02 12:24

แอบสะใจตอนแปะหมากฝรั่ง

#5 By จ๊ะเอ๋ on 2007-10-02 02:41

ไม่ใช่การ Psycho ใส่กันหรอกนะ แต่เป็นการแสดงสันดานถ่อยของคนในสังคม หรือว่าพวกคุณหนูขี้โอ่น่ะ มีอย่างที่ไหน เรียนไม่รู้เรืองเพราะคนอื่นคุย แต่ตัวเอง อยากเรียนให้รู้เรื่อ แต่ดัน เสือกเอาขนมขึ้นมากิน คนที่เค้าอยากจะเรียนน่ะ เค้าทำกันอย่างนี้เหรอ พี่คิดว่า อีนั่นน่ะ มันคงจะอยากข่มคนอื่นจริๆ แหละ แล้วลืมดูตัวเองไปว่า คนอื่นที่มันข่มน่ะ มันโผล่หน้ามาในคลาสสักกี่ครั้งกัน

#4 By EESANG (124.121.61.173) on 2007-10-02 01:36

PY = Psychology ป่าวคะ

งั้นแสดงว่าวันนี้เรียนกันรู้เรื่อง เพราะ Psycho ใส่กัน ฮ่า..แซวเล่นนะคะ
-- สมควรโดนค่ะ คนแบบนี้

-- คราวหน้าจะได้ไม่ว่าคนอื่นมั่วซั่ว

#2 By Evil-minded Angel on 2007-10-01 23:57

อือ ฮื้อ แสบได้ใจมากก
นี่คือโลกแห่งความจริงสินะ

#1 By XEGXEF on 2007-10-01 23:54