ช่วงนี้กว่าจะได้อัพบล็อกแต่ละทีก็นานนมเนอะ

เพราะว่าช่วงนี้ไม่ว่างเลย ตอนนี้กำลัง In Love กับ ป.พ.พ. (เอ๊ะมันใส่จุดหยั่งงี้ป่ะว้า มันคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ค่ะ)

แต่ดูเหมือนสาวเจ้าประมวลจะไม่ค่อยให้ใจลินสักเท่าไหร่ ตอนนี้บางมาตราก็ยังจำไม่ค่อยได้ ฮี่ๆๆ

ก็สู้ๆต่อไปค่ะ วันนี้กำลังจะออกไปซื้อกระดาษ A4 อ่อน แบบมีสี (พวกสีเขียว ฟ้า ชมพู ไรเงี้ยอ่าค่ะ) เอามาจดมาตรา + องค์ประกอบเป็นเรื่องๆไป

ก็หวังว่ามันต้องช่วยให้แม่นขึ้นแน่นอนเลย ฮิๆ แต่สุดท้ายก็อยู่ที่สาวประมวลอ่าเนอะ

 ฮื่อ ต่อไป ความจริงลินก็คิดจะเปลี่ยนสีธีมบล็อกด้วยล่ะ คือไม่เปลี่ยนอะไรมากอ่าค่ะ แต่แค่อยากเปลี่ยนสีเฉยๆ มันก็คือธีมเดิมน่ะล่ะ จะได้เข้ากับ Exteen โฉมใหม่ แต่ว่าก็ยังไม่มีเวลาเลย คงต้องหลังสอบเสร็จ แง้วๆ

เอาล่ะ มาเรื่อง Tag นายก ของพี่อี๊ด ดีกว่า รีบมาตอบ เดี๋ยวจะน้อยใจเพราะหาว่าแช่อิ่ม Tag งิงิ

http://eeddy.exteen.com/ ก็มาจากบล็อกของพี่อี๊ดนะค้า ขอบคุณค่ะ ชอบเล่น Tag อยู่แล้ว (ความจริงจะได้มีเรื่องอัพ+คิดเล่นๆด้วยแหละ)

ก็สมมุติว่า เราเนี่ยเป็นนายกฯ เราจะออกนโยบายอะไรบ้าง Tag นี้ให้ออกมาอย่างน้อย 4 อย่าง ใครจะเต็มStream กว่านั้นก็ถือว่าเป็นนายกที่ขยันเนอะ  ^_^"" นโยบายจะฮาหรือเครียดก็แล้วแต่คนค่ะ

เอาล่ะ ของลินคิดว่า

 

นโยบายที่ 1 Bangkok Fatty Fashion Week ! ! !

จากการที่ลินเป็นวัยรุ่นและเห็นสาวๆหลายๆคนทั้งกังวลและห่วงกับรูปร่างเจ้าเนื้อของตัวเอง ในฐานะที่กรุงเทพเป็นเมืองแฟชั่น แล้วเราจะต้องจัด Bangkok Fashion Week อยู่แล้วใช่ม้า ทีนี้ลินก็อยากจะให้เหล่านางแบบใน Bangkok Fashion Week เนี่ย มีเป็น Collection ของสาวเจ้าเนื้อ ที่หุ่นอวบแบบที่พบเห็นได้ง่ายทั่วไป มาเดินด้วย อาจเป็น Collection พิเศษจากห้องเสื้อต่างๆ + ดีไซน์เนอร์ที่สนใจ (แต่นางแบบหุ่นเพรียวก็ยังเดินปกติในส่วนของ Collection อื่นนะคะ)

ที่คิดนโยบายนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า อยากให้ผู้หญิงที่อ้วน อวบ เจ้าเนื้อ หรืออะไรก็แล้วแต่ ตามแต่จะเรียกเนี่ย เห็นคุณค่าแล้วก็ความสำคัญของตัวเอง แล้วก็ควรจะภูมิใจในรูปร่างตัวเอง ไม่ใช่ว่าต้องพยายามให้ผอมเพรียวเหมือนใคร

เพราะลินเชื่อเสมอว่า "การที่ผู้หญิงจะสวยมาจากข้างใน ส่วนความสวยภายนอกนั้นเพียงแค่เป็นสิ่งที่ทำให้คนฉุกคิดหรือสังเกตเห็นสิ่งที่เป็นตัวเราเท่านั้น ! !"

 

นโยบายที่ 2 ให้ทุนกับสำนักพิมพ์ต่างๆในการตีพิมพ์ต้นฉบับหนังสือที่แปลกใหม่

อยากจะให้นักเขียนดีๆของไทยมีมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ค่ะ ลินเองก็จะเขียนเรื่องสั้นดีๆ หรือบางทีก็เป็นเรื่องแนวๆ (แบบเดียวกับสไตล์ของเรื่องสั้นซีไรต์) แล้วลินก็เชื่อเหลือเกินว่า มีคนอีกมากมายที่เริ่มต้นเขียนสิ่งที่พบเจอออกมาเป็นเรื่องราว เหมือนกับลิน

ซึ่งลินคิดว่าสิ่งดีๆเหล่านี้สมควรได้รับการตีพิมพ์ แล้วก็ความสนใจจากรัฐบาลค่ะ บ่อยครั้งที่ลินเห็นว่าต้นฉบับหนังสือบางเรื่องเป็นหนังสือที่ดี แต่เพียงแค่ว่ามันไม่ใช่แนวที่ คนทั่วไปจะซื้อมาอ่านแบบเยอะๆ สำนักพิมพ์ก็จะไม่ทำการตีพิมพ์ เพราะไม่คุ้มทุนของเขา แล้วหนังสือดีๆเล่มหนึ่งก็อดอวดโฉมสู่สายตาคนไทยไปโดยปริยายน่ะค่ะ

อีกอย่างคือลินสังเกตว่า เด็กวัยรุ่นไทยเรา มีประเภทหนังสือที่อ่านไม่มาก

1.การ์ตูนญี่ปุ่น เล่มละ 35-40บาททั่วไปตามแผงหนังสือ

2.หนังสือนิยายแบบหวานแหววที่เลียนแบบพลอตมาจากนิยายเกาหลี (เช่นของสำนักพิมพ์แจ่มใส)

3.ก็เป็นนิตยสารทั่วไป ถ้าผู้หญิงก็เป็นพวก Cawaii / Ray / Cosmo ผู้ชายก็อาจเป็น นิตยสารเกมส์ พวก Weekly Online / Gamer News

ซึ่งลินไม่ได้คิดว่ามันไม่ดีนะคะ อย่างการ์ตูนหลายๆเรื่อง ลินอ่านแล้วก็ได้ข้อคิดมากมาย นิตยสารก็เป็นความรู้ใหม่ๆที่อัพเดทให้เราตลอดทุกๆเดือน ส่วนนิยายก็เป็นการตอบสนองในส่วนของจินตนาการ

แต่ลินเห็นว่ามันไม่หลากหลายพอ บ่อยครั้งคนบางคนที่อ่านแต่นิยายๆ ๆ ก็ช่างฝันไปจนถึงขั้นเพ้อฝัน

EX... เช่น เพื่อนของลินสมัยม.ต้น อ่านแต่นิยายแนวแจ่มใสเนี่ยล่ะค่ะ แล้วเธอก็จะเพ้อฝันถึงเจ้าชายของเธอไปเรื่อยเปื่อย ต้องหล่อ ต้องรวย ซึ่งความเป็นจริงแล้ว การคบกันของคน 2 คนมันไม่ใช่แบบนั้นเลย แล้วที่อันตรายไปกว่านั้นก็คือเด็กผู้หญิงเหล่านี้อาจฝันมากเกินไป จนทำให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ชายที่หน้าตาดีๆ หน่อย เขามาทำดีด้วย Take Care ดีๆ มีกวนประสาทบ้าง คล้ายๆพระเอกในนิยาย สุดท้ายก็จบลงที่การทำร้ายจิตใจกัน ถ้าแค่เลิกกันมันก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีเพศสัมพันธ์แล้วทิ้งนี่ มันก็เป็นเรื่องที่อันตรายสมควร

มันก็เป็นอันตตรายจากการอ่านหนังสือด้านเดียว เพราะมีอิทธิพลต่อความคิด อย่างหนังสือการ์ตูนก็เหมือนกันค่ะ บางครั้งก็เป็นการ์ตูนดีๆเนี่ยล่ะ แต่ว่าวาดภาพนางเอกใส่กระโปรงสั้น หรือแต่งตัวแบบนั้นแบบนี้ ก็จะมีเด็ก ม.ต้น ผู้ หญิงทำตาม ซึ่งวัยประมาณมัธยมต้นเนี่ย เป็นวัยที่กำลังหาแบบอย่างหรือรูปแบบของตัวเอง เพราะฉะนั้นอะไรที่เค้าอ่านเข้าไปจะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมแล้วก็ความคิดมากค่ะ

ก็เลยอยากให้มีหนังสือหลายประเภทมากขึ้น เพื่อเด็กเหล่านี้จะได้มีโอกาสเลือกมากขึ้น

 

นโยบายที่ 3 ปรับปรุงหนังสือวิชาประวัติศาสตร์ไทยซะใหม่

ไม่ใช่ว่าหนังสือประวัติศาสตร์ไทยมันไม่ดีหรอกนะคะ แต่ว่ามันไม่ใช่ทั้งหมดที่เราเป็น จริงๆแล้วหนังสือวิชานี้ของประเทศไหนๆก็ต้องเขียนเข้าข้างประเทศตัวเองถูกมะคะ? เราน่าจะมาเทียบเคียงกัน ที่คนไทยegoสูง ดูถูกเพื่อนประเทศรอบเขตชายแดนจนถึงทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการถูกปลูกฝังจากวิชาประวัติศาสตร์เนี่ยล่ะ เราไม่ได้เรียนจากตำราที่เขียนจากประเทศอื่นบ้างเลย หรือเขียนจากชาวตะวันตก ที่อยู่ในฐานะของบุคคลที่ 3 ซึ่งจะเสถียรมากกว่า

เพราะความจริงแล้วประเทศไทยก็ไม่ได้ดีเด่นหรือแย่ไปกว่าชาติไหนๆ ทุกประเทศล้วนก่อเกิดจากหยดเลือดของบรรพบุรุษทั้งสิ้น ลินอยากให้เรารู้จักประเทศของตัวเองในสีเทา ที่มีทั้งด้านที่ดีควรจะยกย่อง และด้านที่ไม่ดี ที่เราควรจะเรียนรู้ไว้และตระหนักไว้ในใจเสมอๆ

 

นโยบายที่ 4 มองชาวนาซะใหม่

ลินไม่อยากให้คนไทยที่เหลือ(ที่ไม่ได้ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวขายแล้วน่ะค่ะ) อย่ามองชาวนาว่าเค้าเป็นกลุ่มคน "รากหญ้า" อย่างที่ชอบพูดกัน ลินว่าคำคำนี้มันดูถูกพวกเค้ามากเลยนะ

หลายคน หรือคนที่คิดศัพท์นั้นขึ้นมาในยุคของรัฐบาลยุคหนึ่งคงลืมไปว่า ตอนเด็กๆสมัยอนุบาล เราเคยยกย่องพวกเค้ามากขนาดไหน

ก็ขนาดที่เป็น "กระดูกสันหลังของชาติ"

แล้วในวันนี้พวกเค้ากลับมาเป็นเพียงแค่รากของวัชพืชเล็กๆเท่านั้นหรือ ???

บางคนอาจจะคิดว่า คำคำนี้เป็นคำสำหรับประชาชนส่วนที่เป็นฐานของสามเหลี่ยม (ถ้าเกิดพวกคนรวยๆอยู่บนยอด) ก็เลยเรียกว่ารากหญ้า

มันเป็นคำที่ไม่เหมาะสมที่คนเหล่านี้ ชาวนาที่น่ายกย่อง ถูกยัดเยียดให้จากผู้ที่มองพวกเค้าจากสายตาแบบทุนนิยม

วันก่อนทีข่าวถึงชาวนาที่ปลูกข้าวในเขตพื้นที่หนึ่ง ซึ่งน้ำจะท่วมตลอด แล้วก็ท่วมทุกปี แม้ว่าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์จะบอกพวกเค้าให้ปลูกอย่างอื่นซะ เมื่อตอนที่พวกเค้าไปกู้เงิน

แต่ชาวนาเหล่านี้ก็ยอมเป็นหนี้ เพื่อปลูกข้าว ให้เรากิน

ปลูกข้าว ที่ปลูกกันมานมนาน แต่ครั้งบรรพบุรุษ

ปลูกข้าว ที่พวกเค้ารัก

ความจริงลินไม่เคยคิดเลยนะคะ ว่ากสิกรจะไม่มีทางเลือก พวกเค้ามีทางเลือกเสมอ

เลือกที่จะทิ้งให้พวกเราตาย แล้วจ่ายเงินของประเทศออก ซื้อข้าวจากเพื่อนบ้าน

หรือเลือกที่ตัวเองจะลำบาก ประกอบอาชีพที่ทำกันมาก่อนสมัยสุโขทัย แล้วขายต่อไปทั้งๆที่ต้องกู้หนี้ยืมสิน

ลินว่าบางครั้งการมองแล้วสงสารว่า ชาวนา มีแต่ความทุกข์มันก็ไม่ถูกเสมอไป ความจริง พวกเค้ามีความสุขกับสิ่งที่ทำ เพราะไม่รู้ว่าจะทิ้งไปทำไมและเพื่ออะไร ก็เมื่อทั้งหมดในชีวิตของเค้าผูกพันอยู่กับ "ข้าว"

ชาวนาบางคนก็รักประเทศ และเสียสละ ยิ่งกว่า บัณฑิตร่ำรวย ที่จบปริญญาเอก

หรือความรู้ที่ร่ำเรียนมา ฝังหัวให้กอบโกยโดยจ่ายคืนให้น้อยที่สุด?

นี่ล่ะค่ะที่อยากให้เป็นนโยบาย ทั้งหมด 4 นโยบาย ถ้าลินเป็นนายกฯ สำหรับประเทศอื่นลินไม่รู้ว่าค่านิยมสำคัญมากไหม แต่ที่ประเทศไทยมันสำคัญมาก คนไทยรับอะไรได้รวดเร็ว เห็นดีเห็นงามกับแทบทุกอย่าง ในทุกๆเรื่องที่เป็นสิ่งใหม่ จะมีคนไทยเห็นดีเห็นงามด้วยเสมอ ไม่ว่ามันจะเหมาะสมหรือไม่ เข้ากับเราได้มากแค่ไหน

เพราะฉะนั้นก็เลยออกนโยบายมาแบบนี้ล่ะค่ะ อิอิ

 

อ่อ สุดท้าย ก็มีนิยาย (ปัญญาอ่อน) ที่ลินแต่งเอง ไว้คลายเครียดน่ะค่ะ (มันน่าจะเริ่มต้นขึ้นตอนที่เด็กนิติต้องออกเดทกับน้องประมวลก่อนสอบเนี่ยล่ะ) ก็เลยอยากฝากไว้ค่ะ โพสต์ไว้ที่เว็บแจ่มใส

ใครที่เป็นสมาชิกแล้วชื่นชอบก็ช่วยโหวตให้ได้นะคะ แต่ถ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ส่วนใครที่ไม่ได้เป็น แค่ช่วยคลิกตรงนี้ลินก็ดีใจแล้วค่า

http://www.jamsai.com/Story/Story.aspx?StoryID=77915

 

 

edit @ 12 Oct 2007 12:41:47 by เปลี่ยนสาวเรียบให้เป็นสาวร้อน

Comment

Comment:

Tweet

อิอิ บล็อกใหม่นานๆ ทีจาอัพ สวยเชียวอิอิ ตอนแรกไปแต่งนิยาย ก็ทำได้ดี จน คนติดงอมแงม คราวนี้มาทำบล็อกใหม่ ก็สวยอีก เฮ้อ...อัจฉริยะนะเนี่ย ที่รัก อิอิ

จะเป้ฯกำลังใจให้นะคะ
แล้วมีเวลาว่างมาอัพบล็อก และแต่งนิยายอีกนะคะ อิอิ

#14 By eesang (124.121.65.26) on 2007-11-06 20:44

ความคิดน่าสนใจดีนะครับ สนับสนุน 1 เสียง

#13 By เจ้าชายน้อย on 2007-11-01 11:49

แจ่มทุกนโยบายอย่างนี้ต้องรีบทำ open-mounthed smile

#12 By PaBaJa on 2007-10-28 23:31

-- หายไปไหนคะเนี้ย

-- หายไปนานแล้วเหมือนกันนะคะ

#11 By Evil-minded Angel on 2007-10-23 20:44

-- ช่วงนี้ TAG นี้กำลังระบาดเลยค่ะ

-- ไม่ค่อยว่างเข้ามาอัพบลอคเหมือนกันค่ะ

-- งานเยอะสุดๆ ไปเลย

#10 By Evil-minded Angel on 2007-10-19 13:17

ละลานตาด้วยเนื้อหาและสีสัน แหมเล่นซะ
เมื่อฉันอยากเป็นนายก งี้ก็ปฎิรูปแฟชั่นไปด้วยดีกว่ามั้ย เอาใจชวยสาวเมือง ภาพประกอบสวยดีนะ confused smile open-mounthed smile big smile

#9 By เดะ (202.91.19.205) on 2007-10-15 09:18

คิดถึง.....


,,


มาแค่นี้จะผิดไหม...???embarrassed question

#8 By Faceelon on 2007-10-14 21:23

ว๊าวๆๆๆ
Tag นี้น่าสนใจเนอะ
ถ้าทำได้จริงๆคงจาดี question
หุหุ ได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนซะทีค่ะ เฮ่อ
เรื่องเปลี่ยนธีมนี่คิดเกมือนกันเลยค่ะ แต่แตกต่างตรงที่ ฟาร์ขี้เกียจขั้นโคม่า 5555+ เลยไม่ทำซะงั้น เออนะ

ชอบนโยบาย 2 หนับหนุนๆ อิอิ
ความจิงมันก็น่าเห็นด้วยทุกอันอ่ะเนอะ พี่
ต่างคนต่างความคิด ประเทศชาติบ้านเมืองสมัยนี้ ก็วัตถุนิยมครอบหัวกันหมดแล้ว
ชาวนาเป็นอาชีพที่น้อยคนนักใฝ่ฝันอยากจะเปง
อยากจะเหนื่อย... นี่แหละเนอะคนเรา ใครๆก็รักความสบาย รักสนุก มันมีความสุขทางกายมากกว่ากันเยอะ แต่บางที ทางใจก็ต้องรักษาดูแลกันต่อไปเนอะพี่ sad smile

ส่วนนี้ฟาร์ปิดเทอม แบบว่า จะนั่งโหวตในทั้งวันเลยค่า 5555+big smile

#6 By Faceelon on 2007-10-13 18:55

ลินนนนน
คิดถึงจัง เราหายไปจาก exteen มากกๆๆ



เรียนหนัก กิจกรรมเยอะ
ตอนนี้ก้อปิดเทอมแระล่ะ
เอ๋ ว่าแต่ลินอยู่คณะไร มหาลัยไรอะ


เปนไง สบายดีใช่มั้ยย

#5 By ++ AunG*Pooh-noi ++ on 2007-10-13 17:23

ไม่ผิดหวังเลยค่ะที่ส่งtagนี้ให้น้องลินแค่ข้อแรกก็โดนแล้วอ่ะ พี่คงไปสมัครเดินเป็นคนแรกเลยเชียว หุหุนางแบบอวบอ้วน กลมดิ๊กน่าเอ็นดู
พูดถึงนิยายหรือเรื่องสั้นหรือแม้แต่กลอนเนี่ยตอนพี่ยังวัยทีนอยู่ก็เคยเขียนส่งไปหนังสือเธอกับฉัน,The Boyด้วยนะ ได้ลงบ้างไม่ได้ลงบ้างก็สนุกดี

#4 By eeddy(อี๊ด) on 2007-10-12 22:49

สีสดใสมากๆเลยค่ะน้องลิน ส่วนนโยบายนายก โอววว ดีนะเนี่ยที่ไม่ได้tagนี้ เพราะพี่คงคิดม่ะออกแน่ๆเยย นโยบายทำเพื่อบ้านเมือง โอววว เรื่องหย่ายยย ส่วนนิยาย จะตามไปอ่านนะคะ ได้อ่านหัวเรื่องนิดหน่อยละ เขียนน่าสนใจดีนะ แล้วจะตามไปอ่านต่อจ้ะ

#3 By on 2007-10-12 20:53

ไม่ขอทำแทกนี้เด็ดขาด..เพราะไม่อยากเป็นนายยกsad smile
ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย..
แล้วทำไมเดี๋ยวนี้ คนปลูกข้าว ไม่เป็นอาชีพหลักของคนไทยล่ะเนี่ยsad smile

นิยายท่านคายเครียดดีค่ะ เหอะๆๆๆ...แต่ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่ากิ้งก่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ใน พันปีก่อนรึเปล่าน่ะนะ
/* ไม่ได้เกี่ยวกันเล้ย..

#2 By Annu on 2007-10-12 16:04

นิยายดีๆ มีให้อ่านเยอะค่ะ ^^ เพียงแต่คนอ่านไม่สนใจและมองไปว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องน้ำเน่าไปเสียหมด นิยายนามปากกานักเขียนเก่าๆ ต้องเป็นเรื่องน้ำเน่า ไม่มีสาระ สำหรับเราเทียบกับนิยายสมัยนี้แล้วอ่านแล้วยังได้ "อะไร" มากกว่าเยอะเลย แม้บางทียุงจะชุมก็เหอะ - -"

แต่นิยายนักเขียนใหม่ๆ ที่ดีๆ ก็แยะค่ะ แนะนำคุณ "ดวงตะวัน" ก่อนเลยอันดับแรก

ยังไงถ้ารักและสนใจจากเขียนนิยายก็ขอให้ตั้งใจและเขียนต่อไปนะคะ big smile

#1 By เมพหมี shakri on 2007-10-12 12:41